การจัดระบบของแบบประเมินต่อมาตรฐาน

การประเมินการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมีการใช้คำศัพท์หลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น การนำเข้า ผลผลิต ผลลัพธ์ในระยะสั้น การไหลออก การเติบโต ผลที่ตามมา ผลลัพธ์ และผลกระทบ แต่ละขั้นตอนมีตัววัดผลและวิธีการมากมาย การประเมินนี้จึงสร้างความสับสนให้แก่นักประชาสัมพันธ์และการสื่อสารเป็นอย่างมาก

ในหน้านี้ จะนำเสนออนุกรมวิธานในแต่ละขั้นตอนในการทำประชาสัมพันธ์ในเชิงยุทธศาสตร์ อนุกรมวิธานนำเสนอประเภทของการประเมินและแนวความคิดอย่างย่อเพื่อแสดงจุดประสงค์และความสัมพันธ์ระหว่างกัน อนุกรมวิธานนี้ชี้ให้เห็นถึง

  1. กระบวนการสำคัญของการสื่อสาร ตัวอย่างเช่น การนำเข้า ผลผลิต
  2. กุญแจสำคัญในแต่ละกระบวนการ ตัวอย่าเช่น การกระจายข้อมูล การรับรู้ของผู้รับสาร
  3. ตัวอย่างวิธีการประเมินและสิ่งสำคัญที่การสามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินในแต่ละกระบวนการ
  4. วิธีการที่ใช้บ่อยในการสร้างรูปแบบวิธีการประเมิน

อนุกรมวิธาน มิได้เป็นโมเดลในการประเมิน แต่เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลตัวอย่างเช่น แนวความคิดสำคัญ คำศัพท์ รูปแบบและวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการประเมินกิจกรรมการประชาสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม โมเดลในการประเมินควรจะสร้างจากแนวความคิดและวิธีการประเมินที่เป็นที่ยอมรับและใช้อย่างเหมาะสม

ประโยชน์ที่สำคัญของอนุกรมวิธานนี้คือการที่ตารางได้นำเสนอแนวความคิดสำคัญ คำศัพท์ รูปแบบและวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการประเมินกิจกรรมการประชาสัมพันธ์ได้อย่างตรงจุด ทำให้ผู้ใช้ไม่สับสนในการใช้วิธีการประเมิน ตัวอย่างเช่นวิธีการประเมินของผลผลิตกับวิธีการประเมินของผลลัพธ์ เป็นต้น ผู้เขียนหนังสือ PR text Effective Public Relations, Cutlip, Center and Broom ได้ย้ำในทุกฉบับของหนังสือในช่วงปี ค.ศ. 1985 จนถึงปลายปี ค.ศ. 2000 ว่า “ข้อผิดพลาดที่เกิดบ่อยครั้งในการประเมินคือการใช้การประเมินในกระบวนการหนึ่งแทนการประเมินในอีกกระบวนการหนึ่ง” (1985, p. 295; 1994, p. 44; Broom, 2009, p. 358) ศาสตรจารย์ Emeritus ของ Jim Grunig นักทฏษฎีการประชาสัมพันธ์ ได้กล่าวในทำนองเดียวกันว่า “มีนักประชาสัมพันธ์หลายท่านที่ใช้วิธีการประเมินในช่วงการวิเคราะห์หนึ่งเพื่อแสดงผลของการวิเคราะห์ที่สูงกว่าอีกช่วงการประเมินหนึ่ง” (2008, p. 89) ทว่า การประชาสัมพันธ์และการสื่อสารไม่เป็นได้เจอปัญหานี้เพียงลำพัง ในคู่มือการแนะนำรูปแบบตรรกะในการประเมินของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน กล่าวว่า “ผู้คนมักประสบการแยกแยะระหว่างการผลผลิตกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น” (Taylor-Power & Henert, 2008, p. 19).

ไม่มีอนุกรมวิธานใดที่สมบูรณ์แบบ แต่อนุกรมวิธานที่จะนำเสนอต่อไปนี้ได้พยายามรวบรวมการประเมินที่ใช้ในงานหลากหลายการศึกษาวิจัย (อ่านต่อที่ ‘Introduction to the AMEC Integrated Framework for Evaluation’ สำหรับรายละเอียดของพื้นฐานและข้อมูลสำคัญของอนุกรมวิธานและกรอบของอนุกรมวิธานนี้

ข้อแนะนำในการใช้อนุกรมวิธานนี้

  • ขั้นตอน ตัววัดผล ตัวอย่าง และ วิธีการนี้ ไม่ได้สมบูณ์แบบและไม่ได้ใช้ในทุกรูปแบบการประเมิน ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเครื่องมือชี้วัดโดยทั่วไปในการประเมินงานสื่อสารสาธรณะ  เช่น การโฆษาณา การประชาสัมพันธ์ การสื่อสารการตลาด เป็นต้น นักประชาสัมพันธ์ควรเลือกรูปแบบและวิธีการที่เกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่งในแต่ละกระบวนการเป็นอย่างน้อย
  • การจัดกระบวนการนำเข้า กิจกรรม ผลผลิต ฯลฯ ไม่ควรพิจารณาและนำมาใช้ในรูปแบบเป็นเส้นตรง ผลตอบรับในแต่ละกระบวนการควรทำมาใช้ปรับ แก้ไข หรือเปลี่ยน ยุทธศาสตร์และยุทธวิธี เมื่อจำเป็น การประเมินเป็นกระบวนการทำซ้ำ
  • ไม่ใช่ทุกการประเมินจะแสดงผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการทำการประเมินนั้นภายใต้ระยะเวลาจำกัด บ่อยครั้งที่ผลกระทบจะเกิดขึ้นหลังจากมีการสื่อสารออกไปหลายปีแล้ว อีกทั้งจุดประสงค์ของบางงานสื่อสารสาธรณะ คือการสร้างการรับรู้ (ผลลัพธ์ในระยะสั้น) หรือสร้างความเชื่อมั่น (ผลลัพธ์ในระยะกลาง) อย่างไรก็ตาม โดยกฏทั่วไปแล้ว การประเมินควรรายงานมากกว่าผลผลิตและผลลัพธ์ระยะสั้น การประเมินควรบ่งชี้และรายงานผลลัพธ์ที่มีผลกระทบระดับที่เล็กที่สุด หากเป็นไปได้
  • ลักษณะสำคัญของอนุกรมวิธานนี้ คือผลกระทบที่นำเสนอผลกระทบและ/หรือผลลัพธ์ต่อองค์กร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสังคม ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบตรรกะทฤษภีการประเมินผลงาน (ตัวอย่างเช่น Kellogg Foundation, 1998/2004; Taylor-Power & Henert, 2008; Wholey, 1979; Wholey, Hatry, & Newcomer, 2010) และสอดคล้องกับ Excellence Theory of PR ซึ่งต้องการให้การประเมินมีการกระทำในระดับ 1) แผนงาน 2) ฟังก์ชั่น (เช่น แผนกหรือส่วนงาน) 3) องค์กร และ 4) สังคม (L. Grunig, J. Grunig & Dozier, 2002, pp. 91–92).

คิดค้นโดยศาสตรจารย์ Jim Macnamara สำหรับสมาคมการวัดผลการประเมินการสื่อสาร

กระบวนการ
ระดับมหภาค
ข้อมูล2
กิจกรรมผลผลิตผลลัพธ์ในระยะสั้น3ผลลัพธ์4ผลกระทบ5
ความหมายอย่างย่อสิ่งที่คุณต้องการในการเตรียมพร้อมสำหรับการสื่อสารสิ่งที่คุณทำเพื่อวางแผนและผลิตการสื่อสารสิ่งที่คุณผลิตออกไปและผู้รับสารสารรับรู้สิ่งที่ผู้รับสารกระทำและได้รับจากการสื่อสารผลของการสื่อสารต่อผู้รับสารผลที่เกิดขึ้นทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่งจากการสื่อสาร
ขั้นตอนสำคัญ
ระดับกลาง
• วัตถุประสงค์
• งบประมาณ
• ทรัพยากร
(เช่น บุคลากร ตัวแทน สิ่งอำนวยความสะดวก พันธมิตร)
• การประเมินอภิมานเชิงความกาวหนา(Formative research)
• การกำหนดแผน7
• การผลิต
(เช่น การออกแบบ การเขียน ช่องทางการสื่อสาร พันธมิตรทางการสื่อสาร)
• การกระจายข้อมูล
• การเปิดรับข้อมูล
• การรับสาร8
• การให้สนใจ
• การรับรู้
• ความเข้าใจ
• ความสนใจ/ชอบ
• ความผูกผัน
• การเข้าร่วม
• การพิจารณา
• การเรียนรู้/ความรู้9
• ารเปลี่ยนแปลงทางทัศนคติ
• ความพึงพอใจ
• ความเชื่อมั่น
• ความชอบ
• ความตั้งใจ
• การสนับสนุน
• ความมีชื่อเสียง
• ความสัมพันธ์
• การปฏิบัติตาม
• การเปลี่ยนแปลงองค์กร
• การเปลี่ยนทางสาธารนะ
ตัวอย่างรูปแบบการประเมินและสิ่งคำสัญ
ระดับจุลภาค
• SMART objectives
• เป้าหมาย / KPIs
• บรรทัดฐาน/เกณฑ์มาตรฐาน
• ความต้องการของผู้รับสาร
• ยุทธศาสตร์แผนงาน
• การประเมินแผนงาน
• ข้อมูลก่อนทำการ (เช่น แนวคิดสร้างสรรค์)
• เนื้อหา
• สื่อมวลชนสัมพันธ์
• ปริมาณการประชาสัมพันธ์
• การเข้าถึงสื่อ
• ความประทับใจ/OTS
• ส่วนแบ่งของเสียงในตลาด
• อารมณ์และความพอใจ
• ข้อความ
• โพสต์ ทวีต และอื่นๆ
• การโฆษณา TARPs
• ปริมาณการตลาดอิเล็กทรอนิกส์
• CPM
• อัตราการคลิก
• การเข้าร่วมกิจกรรม
• ผู้ชมฉพาะ
• การเข้าชม
• ผลตอบรับ (เช่น ติดตาม ชอบ แท็ก แชร์ หรือ รี-ทวีต)
• ผู้ชม/การเข้าชมซ้ำ
• ระลึกถึง (unaided, aided)
• ความเห็นเชิงบวก
• ผลตอบรับเชิงบวกในแบบสอบถาม
• ผู้ติดตาม (เช่น RSS, newsletters
• การสอบถาม
• การรับข้อความ
• ระดับความเชื่อมั่น
• คำกล่าวสนับสนุนหรือความตั้งใจ
• พาดหัวข่าว
• การสมัครเข้าร่วม (เช่น การบริจาคอวัยวะ)
• ความชอบต่อแบรนด์
• การทดลอง
• การเข้าร่วม
• การยืนยัน (เช่น ความพึงพอใจต่อพนักงาน)
• การสนับสนุนจากการสาธารณะ
• บรรลุเป้าหมาย (เช่น การบริจาคโลหิต การเข้าร่วมตรวจโรคมะเร็ง)
• ยอดขายเพิ่มขึ้น
• การลดต้นทุน
• การรักษาพนักงาน
• การรักษาลูกค้า/ความภักดี
• คุณภาพชีวิต/ความเป็นอยู่ดีขึ้น
วิธีการประเมิน• การวิเคราะห์ภายใน
• การตรวจสอบสิ่งแวดล้อม
• การวิเคราะห์ความเป็นไปได้
• การวิเคราะห์ความเสี่ยง
• การวิเคราะห์อภิมาน (เช่น การศึกษาย้อนหลังและการประเมิน)
• วิจัยการตลาด (เช่น แบบสำรวต กลุ่มตัวอย่าง การสัมภาษณ์)
• การปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
• การศึกษารายกรณี
• การวิเคราะห์ SWOT
• การอภิปรายก่อนทำการ
• ความเห็นของเพื่อนร่วมงานหรือผู้เชี่ยวชาญ
• ารวัดผลของสื่อ (เช่น สถิติผู้รับสาร ความประทับใจ CPM)
• การสอดส่องสื่อ
• การวิเคราะห์เนื้อหาสื่อเชิงปริมาณ
• การวิเคราะห์เนื้อหาสื่อเชิงคุณภาพ
• การวิเคราะห์สื่อโซเชีบลทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ
• รายการผลกิจกรรม
• สถิติของเว็บไซต์ (ยอดชม ดาวน์โหลด)
• การวิเคราะห์สื่อโซเชียล
• กระแสตอบรับ (เช่น ความคิดเห็น จดหมายตอบกลับ)
• งานชาติพันธุ์วรรณา 10
(การสังเกต)
• งานชาติพันธุ์วรรณาออนไลน์11
• แบบสอบถาม
• กลุ่มตัวอย่าง
• การสัมภาษณ์
• การวิเคราะห์สื่อโซเชียลเชิงคุณภาพ
• สถิติฐานข้อมูล (เช่น การติดตามการสอบถาม)
• งานชาติพันธุ์วรรณา (การสังเกต)
• งานชาติพันธุ์วรรณา ออนไลน์
• โพลสำรวจความคิดเห็น
• การสอบถามผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (เช่น ความพึงพอใจ ความเชื่อมั่น)
• กลุ่มตัวอย่าง
• การสัมภาษณ์
• Net Promoter Score
(NPS)12
• การติดตามยอดบริจาค
• ข้อมูล CRM
• ข้อมูลแบบสำรวจพนักงาน
• การศึกษาความมีชื่อเสียง
• การวิเคราะห์ผลประโยชน์ต้นทุน/อัตราผลประโยชน์ต่อต้นทุน
• ROI
• เศรษฐมิติ
• ระดับคุณภาพชีวิตและการวัดผลความเป็นอยู่
• Econometrics13
• Quality of life scales &
wellbeing measures

เชิงอรรคเสริมความสำหรับอนุกรมวิธานการประเมิน

  1. ความเชื่อมั่นเป็นการผลลัพธ์ขั้นกลางเนื่องจากความเชื่อมั่นเป็นจุดประสงค์ให้บรรลุเพื่อให้เกิดผลกระทบในระยะยาว ตัวอย่างเช่น ได้รับเลือกเข้ารัฐบาล ลูกค้าทำธุรกิจกรรมกับบริษัทอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น ความเชื่อมั่นไม่ใช่จุดประสงค์สุดท้าย
  2. โมเดลตรรกะบางโมเดลเรียกกระบวนการขั้นตอนแรกว่า การนำเข้า/ทรัพยากร
  3. เนื่องจากผลลัพธ์ในระยะสั้นให้ผลในระยะเวลาที่จำกัด ดังนั้นโดยปกติแล้วโมเดลตรรกะจะไม่นับผลลัพธ์ในระยะสั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ทั้งผลลัพธ์ในระยะสั้นและผลลัพธ์ในระยะยาวสามารถรับรู้ได้ผ่านทางความคิด และ/หรือ อารมณ์ และ/หรือ พฤติกรรม
  4. ผลลัพธ์ในระยะยาวอาจจะเป็น หรือบางครั้งก็เรียกได้ว่าเป็นผลกระทบ
  5. การประเมินผลกระทบบ่อยครั้งจะกระทำโดยเกี่ยวเนื่องกับตัวองค์กร อย่างไรก็ตาม ตามที่ได้กล่าวไว้ในบทนำแล้ว ว่าควรมีการพิจารณาผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สาธารณะ และสังคมด้วย  เป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาล องค์กรนอกภาครัฐ และองค์การไม่แสวงหาผลกำไร ถือเอาผลประโยชน์ต่อสาธารณะเป็นสำคัญ อีกทั้ง ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสังคมส่งผลและปรับปรุงสภาพสิ่งแวดล้อมของธุรกิจ (ตัวอย่างเช่น การประเมินนี้ ส่วนหนึ่ง ได้สร้างกระบวนการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม การวิจัยผู้รับสารและการตลาดที่จะให้ข้อมูลสำหรับการวางแผนในอนาคต)
  6. ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุกับนั้นยากที่จะสร้างขึ้นในหลายกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีอิทธิพลมากมายส่งผลให้เกิดผลกระทบ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ สำหรับกฏสำคัญสามข้อที่ใช้ในความสัมพันธ์ระหว่างเหตุกับผล ได้แก่ (a) เหตุที่กล่าวอ้างต้องเกิดก่อนผลลัพธ์หรือผลกระทบที่กล่าวอ้าง (b) ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุกับผลลัพธ์ที่กล่าวอ้างต้องชัดเจน (เช่น ต้องมีหลักฐานแสดงว่าผู้รับสารเข้าถึงสารและใช้ข้อมูลที่คุณส่ง) และ (c) ต้องตัดเหตุที่เป็นไปได้อย่างอื่นออกเท่าที่จะทำได้
  7. นักประชาสัมพันธ์บางท่านรวมการวางแผนในกระบวนการนำเข้า หากเป็นเช่นนั้นจริง การประเมินอภิมานเชิงความกาวหนา(Formative research) ซึ่งควรดำเนินการก่อนการวางแผน ต้องกระทำในกระบวนการนำเข้าเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การประเมินส่วนมากจะระบุให้การประเมินอภิมานเชิงความกาวหนาและการวางแผนเป็นกิจกรรมหลักในการสื่อสาร โดยทั่วไป กระบวรการนำเข้าเป็นกระบวนการที่เกิดก่อนการทำโครงการ
  8. การรับสารหมายถึงข้อมูลหรือข้อความที่ได้รับโดยกลุ่มผู้รับสารที่เป็นเป้าหมายและการรับรู้แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น กลุ่มผู้รับสารอาจจะได้รับสารจากสื่อที่พวกเขาเข้าถึง แต่พวกเขาอาจจะข้ามเนื้อหาและไม่รับข้อมูลนั้น ในทางเดียวกัน พวกเข้าอาจจะเข้าร่วมงานงานหนึ่ง เช่นงานแสดงสินค้า พวกเขาจะได้รับรู้เรื่องกับเนื้อหา แต่ไม่ได้รับข้อมูลหรือข้อความ (เนื่องจากไม่ได้ให้ความสนใจหรือเลือกที่จะรับสาร)
  9. ไม่จำเป็นว่าการเรียนรู้จะเกิดขึ้นในทุกกรณี อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการเรียนรู้เกิดขึ้น ในโครงการการประชาสัมพันธ์บางโครงการ  เป็นต้นว่า โครงการเกี่ยวกับสุขภาพที่ให้ความรู้เรื่องกับอาหารที่มีแคลเซียมสูง หรืออาหารเสริมที่ช่วยลดการเกิดโรคกระดูกพรุนในสตรี สิ่งแรกที่สตรีต้องเรียนรู้คือ โรคกระดูกพรุนว่าคืออะไร มีสาเหตุจากอะไร เป็นต้น เช่นเดียวกัน การต่อสู้กับโรคอ้วนจำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านโภชนาการ ในขณะที่การเข้าใจหมายถึงการรับรู้และเข้าใจในสารที่สื่อออกมา การเรียนรู้คือการรับรู้และเรียนรู้ความรู้ที่จำเป็นต่อการบรรลุจุดประสงค์อย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง
  10. งานชาติพันธุ์วรรณา หมายถึง วิธีการศึกษากลุ่มคน โดยใช้วิธีการสังเกตการณ์โดยตรงอย่างเข้มข้นในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งบ่อยครั้งจะกระทำผ่านทางการสัมภาษณ์ หรือ วิธีการศึกษาวิจัยแบบอื่นๆ
  11. งานชาติพันธุ์วรรณาออนไลน์ หมายถึง วิธีการศึกษากลุ่มคนในชุมชนออนไลน์ โดยผู้ใช้จะถูกสังเกตการณ์อย่างจดจ่อเพื่อเรียนรู้ถึงรูปแบบพฤติกรรม ทัศนคติ เป็นต้น ผ่านทางการแสดงความคิดเห็น การคลิกเข้าเว็บไซต์ของพวกเขา และการวัดผลทางดิจิตอลแบบอื่นๆ
  12. ดัชนีชี้วัดความพึงพอใจของลูกค้า (Net Promoter Score) จะมีคะแนนทั้งหมด 10 คะแนนในแต่ละคำถาม เช่น “คุณจะแนะนำแบรนด์นี้ให้เพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานรู้จักหรือไม่” คะแนน 0-6 บ่งบอกถึงไม่สนใจ หรือ ไม่พอใจ คะแนน7-8 หมายถึงพึงพอใจ แต่ไม่กระตือรือร้น และ คะแนน9-10 หมายถึงพึงพอใจอย่างมาก สนับสนุน และกระตือรือร้นที่จะแนะนำ (อ่านต่อที่ https://www.netpromoter.com/know)
  13. เศรษฐมิติ คือ เป็นการประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์ และสถิติ ในการทดสอบสมมติฐานและบ่งชี้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างปัจจัยที่ ที่ตั้งอยู่พื้นฐานหลักฐานเชิงประสบการณ์ (อ่านต่อที่ http://www.dummies.com/how-to/content/econometrics-for-dummies-cheat-sheet.html)

อักษรย่อ
CPM – ต้นทุนต่อการแสดงผลพันครั้ง
CRM – การบริหารลูกค้าสัมพันธ์
KPI – ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลัก
OTS – โอกาสในการเห็น
PEST – กรอบการประเมินโดยวัดผลจากปัจจัยทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และ เทคโนโลยี
PESTLE – กรอบการประเมินโดยวัดผลจากปัจจัยทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี กฎหมาย และ สิ่งแวดล้อม
ROI – ผลตอบแทนจากการลงทุน
SMART – อ้างถึงจุดประสงค์ที่มี ความเฉพาะเจาะจง สามารถที่วัดได้ สามารถบรรลุผลได้ เกี่ยวข้องกับ (เช่น จุดประสงค์ขององค์กร) และ ภายใต้กรอบเวลา
SWOT – การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพ โดยมีหลักตาม จุดแด่นหรือจุดแข็ง จุดอ่อนหรือจุดด้อย โอกาส และ อุปสรรค
TARPs – ค่ าความนิยมในรายการของผู้รับสารที่เป็นเป้าหมาย โดยยึดหลักระบบค่านิยมที่ใช้ในการโฆษณา (อ่านต่อที่ http://www.multimediabuying.com.au/faq)
UWEX – University of Wisconsin Extension program โครงการเพิ่มเติมของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน

บรรณานุกรมและข้อมูลเพิ่มเติม
Broom, G. (2009). Cutlip & Center’s effective public relations (10th ed.). Upper Saddle River, NJ: Pearson.
Cutlip, S., Center, A., & Broom, G. (1985). Effective public relations (6th ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.
Cutlip, S., Center, A., & Broom, G. (1994). Effective public relations (7th ed). Upper Saddle River, NJ: Prentice Hall.
Grunig, J. (2008). Conceptualizing quantitative research in public relations. In B. van Ruler, A. Tkalac Verĉiĉ, & D. Verĉiĉ (Eds.), Public relations metrics: research and evaluation (pp. 88–119). New York, NY: Routledge.
Grunig, L., Grunig J., & Dozier, D. (2002). Excellent organizations and effective organizations: A study of communication management in three countries. Mahwah, NJ: Lawrence Erlbaum.
Stacks, D., & Bowen, S. (Eds.). (2013). Dictionary of public relations measurement and research. Gainesville FL: Institute for Public Relations. Available athttp://www.instituteforpr.org/topics/dictionary-of-public-relations-measurement-and-research
Taylor-Power, E., & Henert, E. (2008). Developing a logic model: Teaching and training guide. Retrieved fromhttp://www.uwex.edu/ces/pdande/evaluation/pdf/lmguidecomplete.pdf
Wholey, J. (1979). Evaluation: Promise and performance. Washington, DC: Urban Institute Press.
Wholey J., Hatry, H., & Newcomer, K. (Eds.). (2010). Handbook of practical program evaluation (3rd ed.). San Francisco, CA: Jossey-Bass.

Copyright © 2026 AMEC. All Rights Reserved. All Trademarks Acknowledged.